Home News & Eventsพม. Kick Off เปิดตัว “ทีมสร้างสุข” ผนึกพลัง อพม.ทั่วประเทศปฏิบัติการเชิงรุก เดินเท้าเข้าหาประชาชน เร่งแก้ปัญหาตรงจุด ช่วยเข้าถึงสิทธิสวัสดิการ มุ่งสร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน พร้อมเดินหน้านำร่อง 8 จ.ทั่วภูมิภาค

พม. Kick Off เปิดตัว “ทีมสร้างสุข” ผนึกพลัง อพม.ทั่วประเทศปฏิบัติการเชิงรุก เดินเท้าเข้าหาประชาชน เร่งแก้ปัญหาตรงจุด ช่วยเข้าถึงสิทธิสวัสดิการ มุ่งสร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน พร้อมเดินหน้านำร่อง 8 จ.ทั่วภูมิภาค

วันที่ 10 กันยายน 2569 เวลา 09.00 น.  นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มอบหมายให้ นางสาวชนก จันทาทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานกิจกรรมเปิดตัว (Kick Off) “ทีมสร้างสุข” ภายใต้โครงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) ขับเคลื่อนทีมสร้างสุข โดยมี นางสาวแรมรุ้ง สุบรรณเสนีย์ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กล่าวรายงาน พร้อมด้วย นายแพทย์วัชรากร เลิศด้วยลาภ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ,  นายอภิชา เลิศพชรกมล คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ , นายโชคชัย วิเชียรชัยยะ อธิบดีกรมกิจการผู้สูงอายุ , คณะผู้บริหารกระทรวง พม. และ อพม. จากส่วนกลางและทั่วประเทศ เข้าร่วม ณ ลานหน้าอาคารกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ

พร้อมกันนี้ ยังมีการจัดกิจกรรมเปิดตัว (Kick Off) “ทีมสร้างสุข” ในอีก 7 จังหวัดที่ดำเนินการนำร่อง ได้แก่ 1) จังหวัดเชียงราย โดยมีนายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยนายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช) และนางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ร่วมกิจกรรม 2) จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี ดร.เอนกชัย เรืองรัตนากร ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม 3) จังหวัดลพบุรี โดย นางสาวชุติมา สมประสงค์ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลพบุรี เป็นประธาน  4) จังหวัดหนองคาย โดยมีนายวุฒิไกร ช่างเหล็ก นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมด้วยนายคม จันทาทอง รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองคาย ร่วมกิจกรรม 5) จังหวัดสระแก้ว โดยมีนายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เป็นประธานเปิดกิจกรรม พร้อมด้วย นายสรวงศ์ เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกิจกรรม 6) จังหวัดระนอง โดยมีนางพัชรี สังวาลวงษ์ นักพัฒนาสังคมชำนาญการพิเศษ เป็นประธานเปิดกิจกรรม และ 7) จังหวัดนครราชสีมา โดยมีนางกันตา ดีเติม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครราชสีมา เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม

นางสาวชนก กล่าวว่า อพม. นับเป็นกลไกสำคัญของกระทรวง พม. ในระดับพื้นที่ โดยมีบทบาทในการเฝ้าระวัง ค้นหา สำรวจ และคัดกรองปัญหาทางสังคม รวมถึงประสานการช่วยเหลือและส่งต่อประชาชนกลุ่มเป้าหมายตั้งแต่เด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสในสังคม ให้เข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ และบริการภาครัฐได้อย่างเหมาะสมและทั่วถึง ทั้งนี้ กระทรวง พม. โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) จึงได้ดำเนิน “โครงการพัฒนาศักยภาพ อพม. ขับเคลื่อนทีมสร้างสุข” เพื่อเสริมสร้างความรู้ ทักษะ และเตรียมความพร้อมให้ อพม. สามารถทำงานเชิงรุกในฐานะ “ทีมสร้างสุข” โดยบูรณาการพลังของ อพม. ผู้บริบาลคุ้มครองสิทธิผู้สูงอายุ ผู้ดูแลคนพิการ ผู้ช่วยคนพิการ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น และเครือข่ายชุมชน ให้สามารถทำงานร่วมกันเป็นทีม และตอบสนองต่อปัญหาของประชาชนอย่างเข้าถึง รวดเร็ว ตรงจุด และมีประสิทธิภาพ โดย

มีการดำเนินการนำร่องในพื้นที่ 8 จังหวัด ระหว่างเดือนสิงหาคม–กันยายน 2569 ด้วยการอบรมพัฒนาศักยภาพ อพม. การจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์และเสื้อทีมสร้างสุข ตลอดจนกิจกรรม Kick Off เพื่อรับมอบนโยบายและนำแนวทางไปสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่

นางสาวชนก กล่าวต่อไปว่า ด้วยนโยบายของ ท่านนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) ที่ต้องการยกระดับเครือข่าย อพม. ให้เป็นหน่วยเคลื่อนที่เร็วที่ทำงานเชิงรุกในพื้นที่ร่วมกับทีม พม.จังหวัดทั่วประเทศ โดยในปีงบประมาณ 2569 กระทรวง พม. ได้ดำเนินการนำร่องในพื้นที่ 8 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาค เพื่อพัฒนาเป็นจังหวัดต้นแบบ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ทุกหมู่บ้านต้องมี อพม. อย่างน้อย 1 คน ที่สามารถทำงานเชื่อมกันเป็นระบบ ในระดับหมู่บ้าน ในขณะที่ ระดับตำบล มีศูนย์สร้างสุข ทำงานเชื่อมต่อกับทีม พม.จังหวัด ซึ่งหน้าที่หลักของ อพม. คือ ชี้เป้า – เฝ้าระวัง – ประสาน – ส่งต่อ กรณีเมื่อพบเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ ครอบครัว หรือกลุ่มเปราะบางที่ต้องการความช่วยเหลือ อพม. จะประสานเรื่องสิทธิสวัสดิการสังคมของกระทรวง พม. ให้เข้าถึงประชาชนได้เร็วมากขึ้น ตรงจุดมากขึ้น และไม่มีใครตกหล่น นอกจากนี้ กระทรวง พม. ยังได้ “ติดอาวุธ” ให้ อพม. ด้วยความรู้เรื่องสิทธิสวัสดิการสังคมของ กระทรวง พม. และสามารถส่งต่อข้อมูลได้ทั้ง Online ผ่านระบบ “พม. Care”และ Offline ผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) พร้อมกันนี้ เราจะทำให้ประชาชนรู้จักบทบาทของ อพม. มากขึ้น และส่งมอบ เสื้อทีมสร้างสุข เป็นเครื่องแบบ อพม. เพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้ประชาชนจดจำและเข้าถึงได้ง่าย

นางสาวชนก กล่าวต่อไปอีกว่า การเปิดตัว “ทีมสร้างสุข” ในวันนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการขับเคลื่อนงานในระดับพื้นที่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับทิศทางของนโยบาย  พม. ที่มุ่ง “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” พร้อมให้ความสำคัญกับการทำงานเชิงรุก เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสิทธิ สวัสดิการ และบริการทางสังคมของรัฐได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง ทั้งนี้ “ทีมสร้างสุข” ไม่ใช่เพียงการเพิ่มภารกิจให้ อพม. แต่เป็นการยกระดับศักยภาพและรวมพลังคนทำงานในพื้นที่ให้เป็นหนึ่งเดียว โดยมีหัวใจสำคัญคือ “ค้นหา ชี้เป้า เข้าถึง ประสานส่งต่อ ติดตาม” ตั้งแต่การค้นหาและคัดกรองปัญหา การให้ข้อมูลและคำแนะนำ การชี้เป้าสิทธิและสวัสดิการ การประสานหน่วยงานเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือ ไปจนถึงการติดตามผล เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง

“ความสำเร็จของ “ทีมสร้างสุข” จะเกิดขึ้นไม่ได้จากบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ต้องอาศัย พลังของเครือข่ายและการบูรณาการจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะ อพม. ซึ่งเป็นกลไกที่อยู่ใกล้ชิดประชาชน เข้าใจบริบทของชุมชน และสามารถมองเห็นปัญหาและความต้องการได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ ขอให้ อพม. ทุกคนทำงานโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางและผู้ประสบปัญหาทางสังคม เพื่อให้ทุกคนได้รับการดูแลอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม” นางสาวชนก กล่าวย้ำ 

สำหรับงานวันนี้ ยังมีการจัดกิจกรรม “พลังแห่งการให้ สร้างสุขสู่ชุมชน” เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือแก่ประชาชนและกลุ่มเปราะบาง โดยได้รับการสนับสนุนถุงกำลังใจและข้าวกล่องพร้อมทาน จากกลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) วิสาหกิจเพื่อสังคม เชฟแคร์ส โปรเจกต์ และรับมอบผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งจากบริษัท ฟอลคอนประกันภัย จำกัด (มหาชน)

นางสาวชนก กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ อพม. ทีมสร้างสุข มีการปล่อยขบวน “รถเคลื่อนที่เร็ว” เพื่อลงพื้นที่จริงในกิจกรรม “สร้างสุข เดินเท้าเข้าหา พากลุ่มเปราะบางเข้าถึงสิทธิ” ด้วยการส่งมอบถุงกำลังใจแก่ผู้ประสบอัคคีภัย 16 ครอบครัว ณ ชุมชนวัดประชาระบือธรรม เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร นับเป็นการสะท้อนการเปลี่ยนจาก “รอให้ประชาชนเข้ามาหา” สู่ “เดินเข้าไปหา เข้าถึงปัญหา และนำความช่วยเหลือไปถึงประชาชน” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานเชิงรุกของทีมสร้างสุข อีกทั้งมีการถอดบทเรียนการทำงานของ อพม. ทีมสร้างสุขในสถานการณ์ฉุกเฉิน โดย อพม. ทีมสร้างสุข เขตดุสิต และตัวแทน อพม. ทีมสร้างสุข กทม. 50 เขต รวมถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ชุมชนวัดประชาระบือธรรม โรงเรียนวัดประชาระบือธรรม วัดประชาระบือธรรม กองกิจการอาสาสมัครและภาคประชาสังคม และบ้านมิตรไมตรี กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ (พส.) สำหรับการเปิดตัว “ทีมสร้างสุข” ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของกระทรวง พม. ในการยกระดับการทำงานของ อพม. จากกลไกอาสาสมัครในชุมชน สู่ “ทีมปฏิบัติการเชิงรุก” ที่พร้อมลงพื้นที่ ค้นหาปัญหา เชื่อมต่อสิทธิและสวัสดิการ และติดตามการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกัน “สร้างสังคมอยู่ดี มีโอกาส เพื่อคนไทยทุกคน” และสร้างความสุขให้เกิดขึ้นได้จริงในทุกชุมชน 

#พม #กระทรวงพม #กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ #นิกรโสมกลาง #สร้างสังคมอยู่ดีมีโอกาสเพื่อคนไทยทุกคน #ศรส #ศูนย์สร้างสุข #พมCARE #ทีมสร้างสุข #พส #กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

Leave a Comment