เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม เวลา 15.03 น. ที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกสมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ณ นครปูซาน สาธารณรัฐเกาหลี ได้มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบให้ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร จังหวัดนครศรีธรรมราช” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งใหม่ นับเป็นมรดกโลกแห่งที่ 9 ของประเทศไทย และเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมแห่งแรกที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ภาคใต้
ถือเป็นก้าวสำคัญและความสำเร็จในรอบกว่าสิบปี

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รองประธานคณะกรรมการแห่งชาติว่าด้วยอนุสัญญาคุ้มครองมรดกโลก คนที่หนึ่ง) พร้อมด้วย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รองประธานฯ คนที่สาม และประธานคณะอนุกรรมการมรดกโลกทางวัฒนธรรม) ได้นำคณะผู้แทนไทยเข้าร่วมประชุมเพื่อดันวาระการพิจารณา (วาระที่ 8B) ในครั้งนี้
นายสุชาติ เปิดเผยว่า ความสำเร็จครั้งนี้บรรลุเป้าหมายของรัฐบาลไทย หลังจากทุกภาคส่วนร่วมกันผลักดันมานานกว่า 10 ปี (นับตั้งแต่เข้าสู่บัญชีชั่วคราว หรือ Tentative List เมื่อปี พ.ศ. 2555) ความโดดเด่นที่ทำให้วัดพระมหาธาตุฯ ได้รับการยอมรับในระดับสากล (Outstanding Universal Value: OUV) ประกอบด้วย:
- คุณค่าทางสถาปัตยกรรม: เป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์ และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและศิลปกรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ช่วงศตวรรษที่ 8
- มรดกทางวัฒนธรรมที่ยังมีชีวิต (Living Heritage): สืบทอดผ่านวิถีชีวิตและประเพณีสำคัญอย่าง “การแห่ผ้าขึ้นธาตุ”
- การกระจายรายได้สู่ชุมชน: เป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวและสร้างเศรษฐกิจท้องถิ่นอย่างยั่งยืน
หลังจากนี้ กระทรวงวัฒนธรรมเตรียมบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดทำแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการพื้นที่ โดยเน้นรักษาสมดุลระหว่างการอนุรักษ์และการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม
บรรยากาศเฉลิมฉลองและเตรียมความพร้อมในพื้นที่
ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช บริเวณลานโพธิ์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ได้มีการติดตั้งจอโปรเจ็กเตอร์ถ่ายทอดสดบรรยากาศการประชุม ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมลุ้นไปพร้อมๆ กัน ซึ่งมีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ คณะทำงาน และประชาชนมาร่วมชมกันอย่างคึกคัก
พระธรรมวชิรากร (สมปอง ปญฺญาทีโป) เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร แสดงความยินดีและระบุว่า ทางวัดมีความพร้อมต้อนรับผู้แสวงบุญ แต่เตรียมหารือกับทางจังหวัดในการบริหารจัดการความสะอาด ระบบขยะ การเพิ่มห้องน้ำให้อยู่ในบริเวณที่เหมาะสมตามหลักเกณฑ์ยูเนสโก รวมทั้งการตรวจสอบความปลอดภัยของระบบไฟฟ้าเพื่อป้องกันอัคคีภัย
นอกจากนี้ ทางวัดได้บูรณะองค์พระบรมธาตุเสร็จสิ้นแล้ว โดยตั้งใจคงสีธรรมชาติเอาไว้เพื่อให้แสดงถึงความงดงามและทรงคุณค่าตามกาลเวลา
ย้อนรอยประวัติศาสตร์ “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร”
- ทำเลที่ตั้ง: ตั้งอยู่บน “หาดทรายแก้ว” สันทรายยาวใจกลางเมืองนครศรีธรรมราช
- อดีต: เดิมเรียกว่า “วัดพระบรมธาตุ” หรือ “วัดพระธาตุ” เป็นพุทธสถานกลางเมือง เป็นเขตพุทธาวาสที่ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา โดยให้พระสงฆ์จากวัดรอบๆ เข้ามาดูแล
- จุดเปลี่ยนสำคัญ: เมื่อ พ.ศ. 2458 รัชกาลที่ 6 เสด็จประพาสเมืองนครศรีธรรมราช โปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จฯ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร นิมนต์พระครูวินัยธร (นุ่น) มาเป็นเจ้าอาวาส และได้พระราชทานนามวัดว่า “วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร” สืบมาจนถึงปัจจุบัน
