ที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีที่ริมทะเลแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของภาคตะวันออก แต่ยังเป็นบ้านของ ‘ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ’ สถานที่ที่ทำหน้าที่ดูแล ฟื้นฟู และเพาะพันธุ์เต่าทะเลก่อนส่งเต่าทะเลตัวน้อย ๆ กลับคืนสู่ธรรมชาติ พร้อมกับเป็นแหล่งเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้ผู้คนเข้าใจความสำคัญของระบบนิเวศทางทะเลอย่างใกล้ชิดเมื่อก้าวเข้ามาในพื้นที่ นักท่องเที่ยวจะได้เรียนรู้ตั้งแต่การดูแลพ่อแม่พันธุ์ การฟักไข่ การอนุบาลลูกเต่า ไปจนถึงกระบวน

การปล่อยเต่าทะเลกลับคืนสู่ท้องทะเล ทุกขั้นตอนสะท้อนให้เห็นว่าการอนุรักษ์ไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใด หน่วยงานหนึ่ง แต่เกิดจากความร่วมมือของผู้คนจำนวนมากที่ต่างมีเป้าหมายเดียวกัน คือการส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ให้กับคนรุ่นต่อไป
แนวคิดนี้สอดคล้องกับพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ป่าไม้ สัตว์ป่า และระบบนิเวศ ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ซึ่งได้นำมาต่อยอดผ่านโครงการ Village to the World Season 5 โดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่มุ่งพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยว ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ สร้างคุณค่าให้กับชุมชน และเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมกับการอนุรักษ์อย่างเป็นรูปธรรม
หนึ่งในองค์กรที่เข้ามาร่วมขับเคลื่อนคือ สมาคมธุรกิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย (SE Thailand) องค์กรที่เชื่อว่า ธุรกิจเป็นพลังสำคัญในการแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อม ไปพร้อมกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งดำเนินผ่านพันธกิจหลัก 3 ด้าน ได้แก่ ‘Connect’ การเชื่อมโยงธุรกิจเพื่อสังคมเข้าด้วยกัน เพื่อสร้างผลกระทบเชิงบวกสูงสุด ‘Communicate’ การสื่อสารและสร้างองค์ความรู้ที่นำไปใช้ได้จริง และ ‘Catalyze’ การผลักดันให้เกิดการแก้ไข ปัญหาสังคมอย่างต่อเนื่องและเป็นรูปธรรมพื้นที่
ต้นแบบของโครงการคือ เส้นทาง ‘เสน่ห์ทะเล ตะวันออก @ สัตหีบ’ จังหวัดชลบุรี ซึ่ง SE Thailand ทำงานร่วมกับศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล กองทัพเรือ และวิสาหกิจชุมชนรักษ์ทะเลเสน่ห์บ้านอำเภอ เปลี่ยนพื้นที่อนุรักษ์ ให้เป็นห้องเรียนธรรมชาติ เชื่อมโยงความรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ภาคธุรกิจ และชุมชนเข้าด้วยกัน เปิดโอกาสให้อาสาสมัครและนักท่องเที่ยวร่วมทำความสะอาด และขัดบ่ออนุบาลเต่าทะเล กิจกรรมเล็ก ๆ ที่สำคัญต่อการดูแลสุขอนามัยของบ่อและเตรียมความพร้อมลูกเต่า ก่อนกลับคืนสู่ธรรมชาติ

นายสมศักดิ์ บุญคำ นายกสมาคมธุรกิจเพื่อสังคมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “เราเชื่อว่าการท่องเที่ยวที่ดี ไม่ใช่แค่การพานักท่องเที่ยวไปชมความสวยงาม แต่ต้องเป็นการท่องเที่ยวที่ทำให้ทุกคนได้เรียนรู้ เข้าใจ และรู้สึกอยากมีส่วนร่วมในการดูแลทรัพยากรธรรมชาติไปด้วยกัน”
SE Thailand ยังร่วมพัฒนากิจกรรมเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศชายฝั่ง ตั้งแต่ป่าชายเลน ไปจนถึงแหล่งอาศัยของสัตว์ทะเล เพื่อให้ผู้คนเข้าใจความสัมพันธ์ของธรรมชาติทั้งระบบ และทำให้เห็นว่าการดูแลทะเลไม่ได้มีแค่เก็บขยะหรือปล่อยสัตว์น้ำ แต่ต้องรักษาสมดุล ของระบบนิเวศทั้งหมด และต่อยอดไปสู่กิจกรรมรีไซเคิลขยะทะเล ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนรักษ์ทะเล เสน่ห์บ้านอำเภอ เปลี่ยนวัสดุเจ้าปัญหาเป็นผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ ที่สร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชน เป็นตัวอย่างของแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ที่เกิดขึ้นจริงในระดับพื้นที่ ไม่ใช่เพียงแนวคิดเชิงทฤษฎี
นายสมศักดิ์กล่าวเพิ่มเติมว่า “ESG ไม่ควรเป็นเพียงตัวชี้วัดในรายงาน แต่ควรเป็นสิ่งที่ ทุกคนสัมผัสและลงมือทำได้ การที่อาสาสมัครมาขัดบ่อเต่าทะเลsด้วยมือของตัวเอง คือ ESG ที่จับต้องได้ และเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของความเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน” หัวใจสำคัญของการทำงาน ครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงกิจกรรมอนุรักษ์ แต่เป็น ‘ตัวกลาง’ เชื่อมหน่วยงานอนุรักษ์ระดับชาติ ชุมชนประมงท้องถิ่น และภาคธุรกิจที่ต้องการสร้างผลกระทบเชิงบวก ให้ทำงานร่วมกัน อย่างเป็นระบบ ด้วยเครือข่ายธุรกิจเพื่อสังคมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

SE Thailand เชื่อว่า ทุกความร่วมมือ แม้จะเริ่มต้นจากพื้นที่เล็ก ๆ อย่างบ่ออนุบาลเต่าทะเลในสัตหีบ ก็ต่อยอด เป็นต้นแบบของการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่อื่นได้”สิ่งแวดล้อม ธุรกิจ และชุมชน สามสิ่งนี้ไม่ควรแยกจากกัน แต่เป็นระบบเดียวกันที่ต้องเติบโตไปด้วยกัน เส้นทางที่เราทำร่วมกับ Village to the World ที่สัตหีบ คือพื้นที่ทดลองเล็กๆ ที่เราอยากให้เป็นต้นแบบ และขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆ ในเครือข่ายของเราต่อไป” นายสมศักดิ์กล่าวทิ้งท้าย
