จากผลไม้ที่อยู่ในตลาดและสำรับอาหารไทย สู่เมนูที่ถูกพูดถึงบนเวทีระดับโลก “ข้าวเหนียวมะม่วง” และ “ทุเรียน” กำลังสะท้อนให้เห็นว่า ผลไม้ไทยไม่ได้มีดีแค่รสชาติ แต่ยังสามารถกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมร่วมสมัยที่คนทั่วโลกอยากรู้จักและอยากลอง


หนึ่งในเหตุการณ์ที่เห็นภาพชัดที่สุดคือการปรากฏตัวของ “มิลลิ ดนุภา คณาธีรกุล” บนเวที Coachella 2022 เทศกาลดนตรีระดับโลกในสหรัฐอเมริกา เมื่อศิลปินสาวไทยหยิบ “ข้าวเหนียวมะม่วง” ขึ้นมากินบนเวที พร้อมโชว์เพลงและนำเสนอเรื่องราวความเป็นไทยผ่านการแสดง
สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้นไม่ได้จบลงพร้อมกับเสียงปรบมือในงาน แต่ถูกส่งต่ออย่างรวดเร็วบนโลกออนไลน์ ทั้งแฮชแท็ก การแชร์คลิป และการพูดถึงเมนูข้าวเหนียวมะม่วงในหลายแพลตฟอร์ม จนคำว่า “Mango Sticky Rice” กลายเป็นหนึ่งในสิ่งที่ผู้ชมทั่วโลกให้ความสนใจในช่วงเวลานั้น ขณะที่สื่อไทยรายงานว่าร้านข้าวเหนียวมะม่วงหลายแห่งมียอดสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างมากหลังเกิดกระแส


ข้อมูลจาก LINE MAN ที่ถูกรายงานในปี 2565 ยังระบุว่า ภายในช่วง 3 เดือนหลังเหตุการณ์ดังกล่าว มียอดสั่งข้าวเหนียวมะม่วงผ่านแพลตฟอร์มมากกว่า 320,000 ชุด และคิดเป็นการใช้มะม่วงประมาณ 150 ตัน และข้าวเหนียว 60 ตัน สะท้อนให้เห็นว่ากระแสบนโลกออนไลน์สามารถเชื่อมต่อไปถึงพฤติกรรมการบริโภคจริงได้

ปรากฏการณ์นี้ทำให้เห็นพลังของ Soft Power ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เพราะผู้บริโภคไม่ได้รู้จักประเทศไทยผ่านข้อมูลทางการเพียงอย่างเดียว แต่รู้จักผ่านสิ่งที่พวกเขาดู ฟัง กิน และแชร์ต่อในชีวิตประจำวัน
ข้าวเหนียวมะม่วงจึงไม่ได้ถูกนำเสนอเพียงในฐานะ “ของหวานไทย” แต่กลายเป็นภาพจำหนึ่งของประเทศไทยที่ถูกเชื่อมโยงเข้ากับดนตรี ศิลปิน ความสนุก และวัฒนธรรมร่วมสมัย

ขณะที่ “ทุเรียน” ก็มีเส้นทางของตัวเองในการก้าวสู่เวทีโลก ความโดดเด่นของทุเรียนอยู่ที่ความแตกต่างอย่างชัดเจน ทั้งรูปลักษณ์ กลิ่น รสชาติ และเนื้อสัมผัส จนกลายเป็นผลไม้ที่มีทั้งคนหลงรักและคนที่อยากลองเพราะความแปลกใหม่
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทุเรียนยังถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเอเชีย โดยเฉพาะจีน ซึ่งมีทั้งคอนเทนต์รีวิว การกินทุเรียน บุฟเฟต์ทุเรียน เมนูขนมที่นำทุเรียนไปต่อยอด และการไลฟ์ขายสินค้า ทำให้ทุเรียนไม่ได้ถูกนำเสนอเพียงในฐานะผลไม้สด แต่กลายเป็นคอนเทนต์และประสบการณ์ที่ผู้บริโภคสามารถมีส่วนร่วมได้

ที่น่าสนใจคือ เมื่อผลไม้ถูกพูดถึงผ่านบุคคลที่ผู้คนติดตาม ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน อินฟลูเอนเซอร์ ครีเอเตอร์ หรือผู้ขายออนไลน์ การสื่อสารก็เปลี่ยนจากการโฆษณาแบบเดิมมาเป็นการ “เล่าให้ดู” และ “ทำให้เห็นจริง” ผู้ชมเห็นคนกิน เห็นปฏิกิริยา เห็นเมนู และเกิดความอยากลองด้วยตัวเอง
นี่คือจุดที่ Soft Power ของผลไม้ไทยมีความน่าสนใจ เพราะจุดเริ่มต้นอาจเป็นเพียงหนึ่งเมนู หนึ่งคลิป หรือหนึ่งโมเมนต์บนเวที แต่เมื่อถูกส่งต่อในโลกออนไลน์ ก็สามารถขยายไปสู่ร้านอาหาร ตลาด ผู้ประกอบการ เกษตรกร และห่วงโซ่การผลิตได้
และที่สำคัญ กระแสไม่ได้เกิดขึ้นจากผลไม้เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการนำ “ความเป็นไทย” ไปเล่าในรูปแบบที่คนยุคใหม่เข้าถึงได้

มะม่วงจึงไม่ได้เป็นเพียงผลไม้ แต่สามารถกลายเป็นข้าวเหนียวมะม่วงที่คนทั่วโลกอยากลอง ทุเรียนไม่ได้เป็นเพียงผลไม้กลิ่นแรง แต่กลายเป็นหนึ่งในผลไม้ที่ผู้บริโภคทั่วโลกพูดถึงและสร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับมันอย่างต่อเนื่อง
จากสวนสู่ตลาด จากตลาดสู่ร้านอาหาร และจากร้านอาหารสู่หน้าจอของผู้บริโภคทั่วโลก นี่คือเส้นทางใหม่ของผลไม้ไทยในยุคที่รสชาติไม่ได้เดินทางเพียงผ่านการส่งออก แต่เดินทางผ่านเรื่องราว ผู้คน และโซเชียลมีเดียด้วย

กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ จึงมีบทบาทในการส่งเสริมตลาดและเชื่อมโยงผลไม้ไทยกับผู้ซื้อและผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ควบคู่กับการส่งเสริมภาพลักษณ์ผลไม้ไทยคุณภาพ เพื่อให้กระแสความนิยมสามารถต่อยอดไปสู่ตลาดและสร้างมูลค่าให้กับเกษตรกรและผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่
เพราะ Soft Power ที่ดีอาจไม่ได้เริ่มจากการบอกให้คนทั่วโลก “ต้องกินผลไม้ไทย” แต่อาจเริ่มจากการทำให้คนเห็นแล้วเกิดคำถามง่าย ๆ ว่า “นี่คืออะไร แล้วฉันจะลองได้ที่ไหน”
และเมื่อคำถามนั้นเกิดขึ้นในใจของคนทั่วโลก ผลไม้ไทยก็มีโอกาสก้าวจาก “ของอร่อยในเมืองไทย” ไปสู่ “ประสบการณ์ที่คนทั่วโลกอยากลองด้วยตัวเอง”

Thailand: The Land of Tropical Fruits จึงไม่ได้หมายถึงประเทศที่มีผลไม้หลากหลายเท่านั้น แต่ยังหมายถึงประเทศที่สามารถนำเสน่ห์ของผลไม้ไทยออกไปสู่สายตาคนทั่วโลก ผ่านรสชาติ วัฒนธรรม ความคิดสร้างสรรค์ และพลังของผู้คนในยุคดิจิทัล
#ThailandTheLandOfTropicalFruits
